10 ชั้นรถยนต์หรูที่ราคาแพงที่สุดในโลกปี 2019

ความฝันของผู้ชายหลายๆคนหนึ่งในนั้นน่าจะหนีไม่พ้นซุปเปอร์คาร์

สักคันไม่ว่าเป็นค่ายไหนรุ่นไหนก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละคนแต่ว่าวันนี้พวกเราจะมาจัดอันดับรถยนต์หรู ถึงขนาดที่ว่ามีเงินสิ่งเดียวก็ซื้อมิได้แล้วก็จะเป็นรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย
ชั้นที่ 10. Ferrari Pininfarina Sergio – ราคา 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (โดยประมาณ 96 ล้านบาท)
ด้วยการออกแบบที่ถูกรังสฤษฏ์ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Sergio Pininfarina ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีผู้เสียชีวิต รถยนต์รุ่นนี้ก็เลยถูกใครหลายๆคนยกให้เป็นหนึ่งในม้าลำพองที่สวยที่สุดตลอดกาล ค่ายรถยนต์ Ferrari สร้างซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ขึ้นเพียงแค่ 6 คันในปี 2015 โดยใช้พื้นฐานเดียวกับ Ferrari 458 มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ปริมาตร 4.5 ลิตร ให้่กำลังสูงสุด 562 แรงม้า
ชั้นที่ 9. Aston Martin Valkyrie – ราคา 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (โดยประมาณ102 ล้านบาท)
ไฮเปอร์คาร์พลังไฮบริดรุ่นใหม่ของ Aston Martin ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต ถูกจองหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ประกาศราคาขายอย่างเป็นทางการด้วยความร่วมมือของ Red Bull Advanced Technologies และก็ Cosworth ทำให้ Valkyrie แปลงเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์สุดทรงอำนาจ ถึงแม้ไม่มีระบบอัดอากาศแม้กระนั้นก็สามารถรีดกำลังได้มากถึง 1,175 แรงม้า ท็อปสปีด 321 กิโลเมตร/ชั่วโมง และก็ผลิตเพียงแต่ 150 คันแค่นั้น
ชั้นที่ 8. Bugatti Chiron Sport – ราคา 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราว105 ล้านบาท)
Chiron Sport ได้รับการเปิดตัวเมื่อปีที่ล่วงเลยไปในงาน Geneva Motor Show มาพร้อมเครื่องยนต์กลไก W16 ปริมาตร 8.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตันเมตร ดัง Chiron รุ่นสแตนดาร์ด แต่ว่าตัวรถยนต์มีน้ำหนักค่อยกว่า 18 กิโลกรัม เนื่องมาจากมีการใช้สิ่งของคาร์บอนไฟบอร์เป็นองค์ประกอบ รวมทั้งยังทำความเร็วในสนามแข่งได้ดีกว่า Chiron ที่เก่งบนทางตรงอีกด้วย
ชั้นที่ 7. Bugatti Veyron Vivere By Mansory – ราคา 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราว108 ล้านบาท)
ขั้นแรกต้องขอบอกว่าราคา 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ไม่ใช่จำนวนที่ Bugatti ตั้ง แต่ว่าถ้าเกิดเป็นสำนักแต่ง Mansory ที่ได้จับไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้มาโมดิฟายใหม่จนกลายเป็น Veyron ที่มีราคาแพงที่สุด โดยตัวรถยนต์มาพร้อมการตกแต่งด้วยอุปกรณ์คาร์บอนไฟเบอร์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งยังถูกอัพเกรดเครื่องยนต์ให้รีดกำลังได้สูงสุด 1,200 แรงม้า ท็อปสปีด 408 กิโลเมตร/ชั่วโมง และก็ผลิตเพียงแค่ 2 คันแค่นั้น
ชั้นที่ 6. W Motors Lykan Hypersport – ราคา 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราวๆ108 ล้านบาท)
กล่าวได้ว่าพุ่งทะยานขึ้นไปเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดชั้น 3 ของโลกโดยทันที ข้างหลังผู้สร้างรถยนต์จากดูไบ W Motors สร้างความตะลึงงันให้กับผู้คนทั่วทั้งโลกด้วยการเปิดตัว Lykan Hypersport ยอดเยี่ยมไฮเปอร์คาร์แบบใหม่ในปี 2013 โดยหนึ่งในต้นสายปลายเหตุที่ทำให้รถยนต์รุ่นนี้แพงสูง เพราะตัวรถยนต์ได้มีการตกแต่งด้วยเพชรขนาด 15 กะรัต ปริมาณถึง 420 เม็ดไว้ที่รอบๆไฟหน้า แอลอีดี ยิ่งกว่านั้นยังทรงประสิทธิภาพด้วยเครื่องจักรทวินเทอร์โบ 6 ดูด ปริมาตร 3.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 780 แรงม้า แล้วก็แรงบิดสูงสุด 960 นิวตันเมตร
ชั้นที่ 5. Lamborghini Veneno – ราคา 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราว144 ล้านบาท)
Veneno ได้รับการเปิดตัวหนแรกบนเวที Geneva Motor Show 2013 ในฐานะรถยนต์รุ่นพิเศษที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของการจัดตั้งบริษัท มาพร้อมเครื่องจักรกล V12 ปริมาตร 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 740 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 609 นิวตันเมตร ทำอัตรารีบ 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ข้างใน 2.9 วินาที มีต้นแบบตัวถังให้เลือกทั้งยังคูกระเป๋าและก็เปิดหลังคา ซึ่งทั้งผองมีอยู่เพียงแค่ 14 คันบนโลก
ชั้นที่ 4. Koenigsegg CCXR Trevita – ราคา 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราว153 ล้านบาท)
CCXR Trevita เป็นรถยนต์รุ่นสูงสุดในเชื้อสาย ‘CCX’ ที่ทำขึ้นจำกัดแค่เพียง 3 คันเพียงแค่นั้น และก็หนึ่งในนั้นก็ตกไปอยู่ในมือของนักชกชื่อดังอย่าง ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ CCXR Trevita มีความพิเศษอยู่ที่ตัวถังทำจากวัสดุคาร์บอนเส้นใยน้ำหนักค่อย ซึ่งถูกทำขึ้นในแบบสีขาวประกายเพชรแทนที่จะเป็นสีดำแบบทั่วไป ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ปริมาตร 4.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,004 แรงม้า ตลอดระยะเวลาที่ทำตลาด รถยนต์เครือญาติ CCX ถูกผลิตออกมาจัดจำหน่ายเพียงแต่ 49 คันเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโมเดล Agera ในเวลาถัดมา
ชั้นที่ 3. Mercedes-Maybach Exelero – ราคา 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (โดยประมาณ 254 ล้านบาท)
Exelero เปิดตัวคร้งแรกในปี 2004 ในแบบ one-off หรือมีอยู่คันเดียวในโลก โดยรถยนต์คันนี้เป็นโปรเจ็กต์ที่ Mercedes-Maybach แล้วก็ Fulda บริษัทขายยางในเครือ Goodyear ในเยอรมันด้วยกันปรับปรุงเพื่อแสดงถึงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ภายใต้ฝากระโปรงใส่เครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 690 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตันเมตร และก็ท็อปสปีด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ชั้นที่ 2. Rolls-Royce Sweptail – ราคา 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราวๆ 407 ล้านบาท)
นี่เป็นผู้ครอบครองตำแหน่งรถยนต์ที่แพงที่สุดในปี 2017 รวมทั้งแน่ๆว่าราคาแพงขนาดนี้ควรจะมีอยู่คันเดียวในโลก Sweptail ยอดเยี่ยมอัครยานยนต์สั่งทำพิเศษแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง พื้นที่ Rolls-Royce ใช้เวลาปรับปรุงมากยิ่งกว่า 4 ปี ก่อนที่จะเปิดตัวที่งาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este 2017 มาพร้อมเครื่องจักร V12 ปริมาตร 6.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 459 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ชั้นที่ 1. Bugatti La Voiture Noire ราคา 18.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราวๆ 600 ล้านบาท)
ด้วยราคา 18.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังหักภาษีแล้ว ทำให้ไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษจากค่ายรถยนต์ฝรั่งเศษ เปลี่ยนเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคันใหม่ในทันที La Voiture Noire มีความหมายในภาษาฝรั่งเศษว่า “รถยนต์สีดำ” ตัวรถยนต์ถูกทำขึ้นมาจากพื้นฐานของ Chiron รวมทั้งมีการออกแบบที่ได้รับ แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์คลาสสิคระดับตำนานอย่าง Type 57SC Atlantic มาพร้อมตัวถังคาร์บอนเส้นใยสร้างขึ้นด้วยมือ มีท่อไอเสีย 6 ท่อ แล้วก็ทรงประสิทธิภาพด้วยเครื่องจักรกล W16 ปริมาตร 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,500 แรงม้า

Author: Claude Wells